เรื่องเล่า “ทองหล่อ”

เรื่องเล่า “ทองหล่อ”

เรื่องเล่า “ทองหล่อ” จากถนนเส้นเล็ก ๆ สู่ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์สุดชิค ราคาตารางวาละ 2 ล้าน!

ประวัติที่มาเริ่มต้นของถนนทองหล่อ ต้องย้อนไปในยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ตรงย่านนี้เป็นที่ที่กองทัพญี่ปุ่นผ่านและมาตั้งเป็นฐานทัพ จึงมีการสร้างคอมมูนิตี้ของคนญี่ปุ่นขึ้นที่นี่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่คนญี่ปุ่นเยอะในย่านนี้ ไม่ได้เป็นผลมาจากแบ่งโซนนิ่งของกรุงเทพอย่างย่านอื่น ๆ ส่วนที่มาของชื่อทองหล่อก็คือเป็นชื่อเดิมของ พลเรือโท ทหาร ขำหิรัญ อดีตสมาชิกคณะราษฎร์ ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. 2475 ถ้าไปเปิดดูรายชื่อสมาชิกผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองฝ่ายทหารเรือ จะเห็นชื่อของ ร.ท. ทองหล่อ ขำหิรัญ ร.น. (ยศขณะนั้น) รวมอยู่ด้วย  เล่ากันว่าทองหล่ออาจจะเป็นที่ซ่อนตัวของขบวนการเสรีไทยด้วย จึงมีถนนชื่อปรีดี พนมยงศ์อยู่ในย่านนี้

ร้านลิตเติ้ลโฮมเบเกอรี่ สาขาทองหล่อ ปี 2512 ขอบคุณรูปภาพจาก เพชรมายา
ร้านลิตเติ้ลโฮมเบเกอรี่ สาขาทองหล่อ ปี 2512 ขอบคุณรูปภาพจาก เพชรมายา

“แม่เป็นเด็กทองหล่อ เมื่อก่อนตายายเปิดร้านตัดเสื้อ อยู่หน้าปากซอยทองหล่อ แถวนั้นมีแต่ตึก 2 ชั้น รอบ ๆก็ยังเป็นคูน้ำอยู่เลย”

คุณยายของผู้เขียนปัจจุบันอายุ 80 ปี แต่เดิมเป็นคนทองหล่อ ถ้าย้อนไปสมัยนั้นทองหล่อก็เป็นถนนสายเล็ก ๆที่มีคลองกับคูคู่กันไปตลอดสาย แม้แต่แม่ของผู้เขียนก็เกิดและเติบโตบนถนนทองหล่อ ย้อนไปสมัยคุณแม่ยังสาว ประมาณ 30 ปีก่อน ทองหล่อเต็มไปด้วยตึก 2 ชั้น รอบๆ ก็ยังมีคูน้ำให้เห็น คุณตาคุณยายของผู้เขียนเปิดร้านตัดเสื้ออยู่หน้าปากซอยทองหล่อนี้เอง ผู้เขียนจึงรู้สึกผูกพันกับทองหล่อเสมือนบ้านที่คุ้นเคย ทุกครั้งที่ขับรถผ่านถนนเส้นนี้แม่ก็จะเล่าเรื่องราวในวัยเด็กมากมายที่เกิดขึ้นบนถนนเส้นนี้ เช่น ร้านข้าวเหนียวมะม่วงเจ้าดัง ชื่อแม่วารี ที่แม่กินตั้งแต่ยังเด็กจนถึงปัจจุบันก็ยังเปิดขายอยู่ หรือร้านลิตเติลโฮม เบเกอรี่ ที่เปิดสาขาย่านทองหล่อตั้งแต่ปี 2512 ทำให้ผู้เขียนมีความรู้สึกผูกพันและอยากถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับถนนที่ชื่อว่า “ทองหล่อ” ที่ปัจจุบันหลายๆ ท่านอาจเข้าใจผิดว่าเป็นถนนสำหรับนักท่องราตรีเท่านั้น

ปัจจุบัน แม้ทองหล่อจะแทบไม่เหลือเค้าเดิม จากที่เคยเป็นย่านที่เต็มไปด้วยตึกแถว 2 ชั้น ที่ขนาบด้วยคูน้ำ รอบข้างเต็มไปด้วยซุ้มเพิงๆ ปัจจุบันได้กลายเป็นศูนย์รวมความเป็นที่สุดในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ระดับไฮเอนด์ที่รวม The Best of The Best ไว้บนถนนเส้นเดียว ถนนที่ไม่ได้มีแค่แหล่งบันเทิงแสงสียามค่ำคืนเท่านั้น แต่มีที่มาและประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นจนพัฒนาเป็นหนึ่งในทำเลทองที่เรียกได้ว่าเป็น The Best ของกรุงเทพมหานครฯ

 

The Best of Architectural Design

72 Courtyard

รูปชั้น2 จากตึก 72 Courtyard

ระหว่างซอยทองหล่อ16 และทองหล่อ18 จะมีคอมมูนิตี้มอลล์ดีไซน์เก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร ตั้งโดดเด่นอยู่ใจกลางทองหล่อ ชื่อว่า Courtyard  ซึ่งเกิดขึ้นจากแรงบันดาลใจของคุณเชษฐ์ เชษฐโชติศักดิ์ ที่ต้องการสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้เป็นศูนย์รวมของไลฟ์สไตล์เชื่อมต่อกับธรรมชาติโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและประหยัดทรัพยากรเป็นหลัก ที่นี่เป็นสถานที่ที่รวบรวมร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่น่าลิ้มลองไว้หลายแห่งในที่เดียว ตัวอาคารโดดเด่นด้วยปูนเปลือยที่ฉาบไว้ตั้งแต่ด้านหน้าอาคารทรงเหลี่ยม ไล่เรื่อยเข้าไปยังตัวอาคารด้านในที่ให้รายละเอียดของการตกแต่งภายในอย่างมีเอกลักษณ์ ถึงแม้ว่าภายนอกอาคารอาจจะให้ความรู้สึกแข็งและดิบ แต่ถ้าลองได้เดินเข้าไปภายในคุณจะพบว่าความดิบที่เห็นเป็นเพียงเปลือกนอก

ภายในเป็นพื้นที่สีเขียวที่จัดสรรไว้ได้อย่างลงตัว ยิ่งตอนกลางคืนที่ร้านรวงต่างเปิดไฟ ยิ่งทำให้ขับมนต์สเสน่ห์แห่งการดีไซน์ตัวอาคารได้อย่างสวยงาม การตกแต่งภายในร้านอาหารแต่ละร้านก็มีตั้งแต่สไตล์เรโทร ยุโรป ไปจนถึงสไตล์แม็กซิกัน นับว่าเป็นที่สุดทั้งด้านสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในอย่างลงตัว

The Commons

รูปด้านหน้าอาคาร

ห่างออกไปไม่ไกลบนซอยทองหล่อ 17 อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมที่มีการออกแบบได้สวยงามแหวกแนวก็คือ The Commons คอมมูนิตี้มอลล์ความสูง 4 ชั้นที่สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “Wholesome Living” หรือการใช้ชีวิตแบบมีสมดุลที่ดี ออกแบบโดย Department of Architecture คอนมูนิตี้มอลล์แห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาคารที่มีความโดดเด่นในแง่ของการออกแบบทางสถาปัตยกรรม เพราะการวางรูปแบบอาคารที่ดูเป็นเอกลักษณ์ ผสานพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่สีเขียวเข้ากันอย่างลงตัว อีกทั้งยังสามารถออกแบบให้ใช้สอยพื้นที่ตัวอาคารไว้ได้อย่างแยบยลในลักษณะแบบการสร้างชุมชน ภายใต้แนวคิด โดยผ่านการแบ่งสัดส่วนของพื้นที่อินดอร์และเอาท์ดอร์อย่างพอเหมาะ ออกแบบให้สามารถใช้พื้นที่ได้หลากหลาย ทั้งทานข้าว ช๊อปปิ้ง หรือกิจกรรมไลฟ์สไตล์

พื้นที่โซน Common Ground

หรือจะซื้ออาหารแล้วออกไปใช้พื้นที่เอาท์ดอร์ตรงกลางส่วนที่เรียกว่า Common Ground ที่จัดไว้เหมือนเป็นโซนนั่งเล่น สบายๆ ที่รับลมได้ดีทุกทิศ ในขณะที่กันแดดและฝนได้ตลอดเวลา ถือว่าเป็นความลงตัวทางสถาปัตยกรรมของคนย่านทองหล่ออย่างแท้จริง

Teddy Castle (เท็ดดี้ คาสเซิล)

ภาพการจัดงานวันเกิดให้เด็กๆโดยมีหมีน้อย Teddy เป็นทหารและแม่บ้านคอยต้อนรับอยู่หน้าปราสาท

อีกหนึ่งอาคารที่มีความสวยงามในย่านทองหล่อคือ Teddy Castle ซึ่งเป็นทั้งคาเฟ่และอาณาจักรของตุ๊กตาหมีแบรนด์ Teddy House ตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ใจกลางทองหล่อซอย 5 การออกแบบภายนอกของที่นี่จะมีกลิ่นอายของอังกฤษโบราณ นอกจากภายนอกที่ดูสวยงามแล้วภายในยังได้รับการตกแต่งอย่างมีเสน่ห์เหมือนกำลังดื่มด่ำอยู่ในปราสาทอังกฤษที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาหมีเรียงรายกันให้ผู้มาเยี่ยมชมสามารถถ่ายรูปน่ารักๆกลับไปได้

ภายในเสิร์ฟกาแฟหอมกรุ่นอบอวนไปด้วยบรรยากาสอบอุ่นเป็นกันเอง

The Best of the Restaurant

หลายสิบปีแล้วที่ย่านทองหล่อขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินที่หลากหลายและอร่อยถูกปากทั้งชาวไทยและต่างชาติ หากกล่าวถึงย่านทองหล่อ หลายๆ คนมักนึกถึงร้านอาหารอร่อยๆ ที่มีให้เลือกสรรมากมายบนถนนแห่งนี้ ซึ่งถ้าเอ่ยชื่อขึ้นมาทุกร้านก็คงจะนับกันแทบไม่ไหว ผู้เขียนเลยหยิบยกเอาร้านที่ตนชอบเป็นพิเศษมาเป็นตัวอย่าง

Patara ภัทรา

Patara (ภัทรา) ร้านอาหารไทยรุ่นใหญ่ที่อยู่คู่ย่านทองหล่อมานานกว่า 8 ปี และยังกวาดรางวัลเป็นร้านอาหารไทยยอดเยี่ยมจากหลากที่ อาทิ Thailand Tatler Best 2015 ซึ่งการันตีทั้งคุณภาพอาหารและการบริการได้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การแวะมาทานกับครอบครัวกันในใจกลางเมืองสำหรับโอกาสพิเศษ โดยชั้นสองเป็นห้องอาหารแบบส่วนตัวจำนวน 3 ห้อง ที่ตกแต่งได้อย่างเป็นทางการขึ้นมาเล็กน้อย เน้นใช้แสงไฟสลัวจากระแนงไม้ที่กรองแสงให้ส่องผ่านออกมาตามผนัง เพิ่มบรรยากาศอบอุ่นและผ่อนคลายมากขึ้น จุดเริ่มต้นของ Patara อยู่ที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนจะขยับขยายออกไปยังสาขาอื่น ๆ และมาเปิดสาขาในประเทศไทย ร้านนี้อาหารอร่อย การตกแต่งสวยงาม เป็นร้านที่ผู้เขียนประทับใจจนต้องแวะกลับไปชิมอีกหลายๆครั้ง

Umenohana (อุเมะโนะฮานะ) นิฮอนมูระมอลล์

หน้าร้านอุเมะโนะฮานะที่นิฮอนมูระมอลล์

ร้านอาหารญี่ปุ่นที่ส่งตรงมาจากฟุกุโอกะสู่ใจกลางทองหล่อ ร้านนี้แต่เดิมเมื่อ40ปีก่อน เจ้าของได้ใช้เวลาในการพัฒนาปรับปรุงสูตรนานถึง 10 ปี  ก่อนจะเปิดร้านแรกที่เมืองฟุกุโอกะ  โดยสืบสานการสร้างสรรค์เมนูอาหารแบบต้นตำรับ ที่เชฟบรรจงปรุงอย่างพิถีพิถัน พร้อมเสิร์ฟแบบไคเซกิ จนครองใจคนทาน สามารถขยายสาขาได้กว่า 70 สาขาทั่วประเทศ ก่อนจะมาเปิดที่เมืองไทย ภายใต้มาตรฐานของญี่ปุ่น

อาหารญี่ปุ่นรสชาติดั้งเดิม

เมนูเด็ดของที่นี่จะเป็นเมนูเต้าหู้ ที่ใช้เมล็ดถั่วเหลืองออร์แกนิกและเมนูปูหลากหลายที่นำเข้าวัตถุดิบอย่างดีจากญี่ปุ่น นอกจากอาหารรสชาติดีแล้ว การตกแต่งร้านก็ทำให้เราเข้าถึงความเป็นญี่ปุ่นที่แท้จริง ราวกับเดินทางไปกินอาหารญี่ปุ่นที่เมืองฟุกุโอกะจริงๆอย่างใดอย่างนั้น

Supanniga Eating Room (ห้องทานข้าวสุพรรณิการ์)

หากนึกถึงร้านอาหารไทยรสเลิศที่ทองหล่อ หลาย ๆคนก็จะนึกถึงร้านสุพรรณิการ์ อาหารไทยสไตล์อบอุ่นแบบครอบครัวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฝีมือการปรุงอาหารของคุณยายของเจ้าของร้าน จนกลายเป็นแนวคิดของการฟื้นฟูตำรับอาหาร ที่เป็นมรดกตกทอดในครอบครัว รสชาติอาหารที่นี่เป็นแบบไทยแท้ บรรยากาศร้านสบายๆ ตกแต่งสไตล์โมเดิน รสชาติอาหารอร่อยถูกใจทั้งคนไทยและต่างชาติทำให้บางครั้งลูกค้าแน่นร้านจนต้องจองคิว  ผู้ที่ชื่นชอบอาหารไทยต้องหาโอกาสไปลิ้มลองเองสักครั้งหนึ่ง

อาหารไทยรสชาติดั้งเดิมที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

The Best of Vintage Design

Face Bangkok (เฟส แบงคอก)

ถัดเข้าไปในซอยทองหล่อ 38 จะเห็นบ้านไม้สักทรงไทยล้านนาตั้งอยู่ภายในพื้นที่สีเขียวใจกลางทองหล่ออย่างกลมกลืน ที่แห่งนี้คือที่ตั้งของ Face Bangkok ร้านอาหาร บาร์ และสปาที่อยู่ในกลุ่มอาคารเดียวกัน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรือนไม้สักของจิม ทอมป์สัน บรรยากาศภายในสงบร่มรื่นล้อมลอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวและบ่อน้ำที่ให้ความสงบร่มเย็นเหมือนวิถีชีวิตริมคลองของคนไทยในอดีต แต่ภายในตกแต่งด้วยภาพวาด ของประดับตกแต่ง และศิลปวัตถุทำมือ ที่เผยให้เห็นรายละเอียดของความร่ำรวยและงดงามของวัฒนธรรมจากชาติในเอเชีย ที่โดดเด่นที่สุดคงเป็นสามชาติสามวัฒนธรรม ได้แก่ ไทย อินเดีย และญี่ปุ่นที่สะท้อนให้เห็นผ่านเมนูอาหารที่จะเลือกสั่งแบบแยกเชื้อชาติจากกันเป็นจานๆ หรือสั่งเมนูที่เป็นแบบ Fusion Food ก็ได้เช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งอาคารทางสถาปัตยกรรมที่สร้างความครบครันในย่านทองหล่อ

The Best of Fashion

หากพูดถึงย่านที่เป็นศูนย์รวมแฟชั่นไลฟ์สไตล์สุดชิค ทองหล่อก็ต้องเป็นหนึ่งในนั้นแน่นอน มาดูกันว่าในย่านนี้มีร้านไหนเกี่ยวกับแฟชั่นบ้าง

Pastels Motel

จากแบรนด์แฟชั่นออนไลน์สู่คาเฟ่สไตล์โฮมมี่ในบ้านหลังเก่าย่านทองหล่อ

ร้านคาเฟ่น่ารัก ๆที่เปิดที่ซอยสุขุมวิท 36 แต่ด้านบนเป็นร้านเสื้อผ้าแฟชั่นชื่อดังในโลกออนไลน์ ที่เจ้าของอิมพอร์ตสินค้าแบบมัลติแบรนด์เข้ามาเองจากประเทศเกาหลี ด้านล่างเปิดเป็นร้านคาเฟ่ มีทั้งอาหารและเครื่องดื่มครบครัน เมนูที่ผู้เขียนชอบเป็นพิเศษก็คือ Egg Benedict With Avocado & Cream Cheese ที่อร่อยถูกใจเหมือนไปกินเองที่ยุโรป นอกจากอาหารอร่อยแล้วทางร้านยังใช้พื้นที่ชั้นบนเป็นโชว์รูมและห้องลองเสื้อของแบรนด์ตัวเอง มาที่นี่ถือว่าครบครันเพราะทานอาหารจิบกาแฟเสร็จก็ช๊อปปิ้งลองเสื้อผ้าที่นำเข้าจากเกาหลีได้ที่ชั้นบนของร้าน

Cr.jeepsupakit

B O Y Y

หากพูดถึงแฟชั่นย่านทองหล่อ คงต้องพูดถึง B O Y Y แบรนด์ที่โด่งดังไปไกลถึงนิวยอร์ค แฟชั่นที่มีต้นกำเนินจากดีไซน์เนอร์ชาวไทยและแคนาดา คุณวรรณศิริ คงมั่น และ เจสซี่ ดอรเซ่ แบรนด์นี้เป็นแบรนด์แฟชั่นที่เปิดตัวที่ New York ในปี 2006 และได้รับความสนใจจากสื่อกระแสหลักอย่าง New York Times, V magazine และ Colette Paris

แนวคิดหลักในการออกแบบของ B O Y Y คือเครื่องประดับของผู้หญิง ควรจะให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งแบบผู้ชายด้วย เพื่อให้ความสมดุลของการเป็นผู้หญิง ตามหลักการหยินหยาง ทั้งคู่ได้สร้างสรรค์งานออกแบบจากแรงบันดาลใจ และวิสัยทัศน์ที่จะสร้างสินค้าที่มีคุณภาพระดับไฮเอนด์  ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านแฟชั่นของย่านทองหล่อ

Statement

อีกหนึ่งร้านเสื้อผ้าที่มีร้านคาเฟ่อยู่ในตัว ตั้งอยู่แถวซอยทองหล่อ11 ที่ก่อตั้งโดย 3 สาวเจ้าของแฟชันแบรนด์ 3 สไตล์ ดังนั้นสินค้าในร้านจะมีหลากหลายแบบให้เลือกสรร บรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยเสื้อผ้าแฟชั่นต่าง ๆ รวมถึงเครื่องประดับ กระเป๋า ไปจนถึงเคสโทรศัพท์ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารเพื่อสุขภาพ รสชาติน่าทานที่ทำให้คุณสามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้ทั้งวัน

The Best of Nightlife

แน่นอนว่าหากนึกถึงไลฟ์สไตล์ยามค่ำคืนที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ ทองหล่อต้องเป็นหนึ่งในตัวเลือกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะหากต้องการสถานที่เที่ยวยามค่ำคืนที่หรูหรามีระดับ ทั้งผับ บาร์ ดัง ๆ ร้านอาหารที่เปิดยามค่ำคืนหรือโรงแรมที่เปิดให้นั่งชมวิวกรุงเทพฯ บน Rooftop ถ้าเป็นไลฟ์สไตล์ยามค่ำคืนที่ดีที่สุดคงต้องยกให้ย่านทองหล่อ

Rabbit Hole

Rabbit Hole บาร์หรูตกแต่งสไตล์ยุโรปที่อยู่ระหว่างทองหล่อซอย 5 และซอย 7 เป็นกึ่ง ๆ Secret Bar ที่ซ่อนตัวอยู่บนถนนทองหล่อ เพราะไม่มีชื่อร้านบอก หากมองจากด้านนอกจะดูเล็ก แต่เมื่อเข้าไปข้างในแล้วจะดูใหญ่ และมีความสูงถึง 3 ชั้น นอกจากร้านจะสวยแล้วยังมีเครื่องดื่มรสชาติดี พร้อมเมนู Signature เด็ดๆมากมาย

Octave Rooftop Lounge & Bar

บรรยากาศยามพลบค่ำ

อีกหนึ่ง Rooftop Bar ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ สามารถชมวิวเมืองได้ 360 องศาย่านทองหล่อ ตั้งอยู่ชั้น 45 ที่โรงแรม  Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit  สิ่งที่ประทับใจผู้เขียนเป็นพิเศษคือวิวกรุงเทพฯช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่มองจากมุมนี้สวยงามเป็นพิเศษ หรือแม้แต่ช่วงหัวค่ำนั่งจิบเครื่องดื่มชมวิวกรุงเทพฯในยามค่ำคืนก็ไม่เลวเลย

ทองหล่อไม่ใช่เพียงถนนสำหรับนักท่องราตรีเท่านั้น แต่เป็นย่านที่มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง มนต์เสน่ห์แห่งความเป็นทองหล่อ คือย่านที่รวม The Best of The Best ในทุก ๆด้านเข้าด้วยกัน ไม่แปลกใจเลยที่ทองหล่อจะกลายเป็นทำเลระดับท๊อปที่มีความต้องการซื้อสูงจากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ทำให้ราคาที่ดินต่อตารางวาพุ่งสูงถึง 2 ล้านบาท เพราะย่านทองหล่อเป็นย่านที่มีความครบครันจนเรียกได้ว่าเป็นย่านที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯจนใครๆ ก็อยากมีไว้ในครอบครอง

และเร็วๆ นี้ จะมี The Best of ALL เกิดขึ้นบนพื้นที่ 13 ไร่ ใจกลางทองหล่อ ซึ่งเป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ มีครบทุกสิ่งที่ชีวิตต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม 5 ดาว ร้านอาหาร, Rooftop Bar & Restaurants, Flagship MUJI Café, Co-working Space, Gourmet Market, Onsen, Kid’s Academy Campus และคอนโดมิเนียมหรู ที่มอบบริการระดับโรงแรม และสิทธิประโยชน์ที่มากกว่าให้กับคุณ ทำให้พื้นที่แห่งนี้ เป็นอาณาจักรแห่งไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบ หรือ “Perfect Living Platform”

เป็นคนแรกที่ได้สัมผัสก่อนใคร คลิก https://bit.ly/2uk2kb9

 

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

Boyybag   Soimilk   Marriott  Thairath   NYTimes    The Common  72Courtyard   Teddy Castle   Umenohana   Supanniga   Pastels Motel Cafe  Statement Octave Marriott   Rabbit Hole